วิธีปฏิบัติการให้อาหารสายยางผู้ป่วย ทางจมูก กับหน้าท้อง แตกต่างกันอย่างไรการให้อาหารทางสายยางทั้งทางจมูก (NG Tube) และทางหน้าท้อง (Gastrostomy Tube/PEG) มีหลักการพื้นฐานที่คล้ายกันคือการส่งสารอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง แต่มีข้อแตกต่างในเชิงปฏิบัติและการดูแลรักษาที่สำคัญดังนี้ครับ:
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่า
ง
หัวข้อการปฏิบัติ การให้อาหารทางจมูก (NG Tube) การให้อาหารทางหน้าท้อง (PEG/G-Tube)
ตำแหน่งสาย ผ่านรูจมูก คอหอย สู่กระเพาะอาหาร เจาะผ่านผิวหนังหน้าท้อง สู่กระเพาะอาหารโดยตรง
การเช็กตำแหน่งสาย สำคัญมาก: ต้องดูดเช็กลมหรือน้ำย่อยทุกครั้งก่อนให้ เพื่อป้องกันสายเลื่อนเข้าหลอดลม สังเกตขีดเครื่องหมายบนสายว่าเลื่อนเข้าหรือออกหรือไม่
ความรู้สึกขณะให้ อาจมีการระคายเคืองคอ หรืออยากขย้อนได้ง่ายกว่า สบายตัวมากกว่า ไม่รบกวนการหายใจหรือการกลืน
การทำความสะอาด ทำความสะอาดรูจมูกและเช็กการกดทับของสาย ทำความสะอาดแผลรอบท่อด้วยน้ำเกลือ (NSS) และซับให้แห้ง
การยึดติดสาย ใช้พลาสเตอร์ติดที่สันจมูก (ควรเปลี่ยนบ่อยๆ) มีอุปกรณ์ล็อกสายติดกับหน้าท้อง (มักมีแผ่นพลาสติกประคอง)
ระยะเวลาการใช้งาน มักใช้ชั่วคราว (ไม่เกิน 4-6 สัปดาห์) ใช้ในระยะยาว (หลายเดือนหรือเป็นปี)
รายละเอียดการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
1. การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนให้อาหาร
ทางจมูก (NG): มีโอกาสสายเลื่อนหลุดได้ง่ายจากการไอ จาม หรือดึงสาย ต้องเช็กตำแหน่งทุกครั้ง โดยการใช้กระบอกฉีดยาดูดดูน้ำย่อย (Gastric residual) หากดูดไม่ได้น้ำย่อยและไม่แน่ใจตำแหน่ง ห้ามให้อาหารเด็ดขาดเพราะอาจเข้าปอดได้
ทางหน้าท้อง (PEG): สายค่อนข้างคงที่ ให้ตรวจสอบว่าแผ่นประคองสาย (Flange) แนบชิดกับหน้าท้องพอดี (ไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป) และหมุนสายเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้สายติดกับผนังหน้าท้อง (ตามคำแนะนำแพทย์)
2. การดูแลผิวหนัง
ทางจมูก: ต้องระวังการเกิดแผลกดทับที่ปีกจมูก ควรขยับตำแหน่งการติดพลาสเตอร์เล็กน้อยเมื่อเปลี่ยนใหม่ เพื่อไม่ให้กดทับที่เดิมซ้ำๆ
ทางหน้าท้อง: หัวใจสำคัญคือ "ความแห้ง" หากมีน้ำย่อยซึมรอบแผล ต้องรีบทำความสะอาดและซับให้แห้งเพื่อป้องกันผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อ หมั่นสังเกตอาการบวม แดง หรือหนองรอบๆ รูที่เจาะ
3. สภาพจิตใจและบุคลิกภาพ
ทางจมูก: ผู้ป่วยอาจรู้สึกประหม่าเมื่อต้องออกไปข้างนอกเนื่องจากสายเห็นชัดเจนบนใบหน้า
ทางหน้าท้อง: ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจมากขึ้น เพราะสามารถใส่เสื้อผ้าทับปิดสายได้มิดชิด และลดความทรมานจากการต้องใส่สายผ่านจมูกบ่อยๆ
ข้อปฏิบัติที่เหมือนกัน (สำคัญมาก)
ท่านอน: ต้องยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30-45 องศา เสมอขณะให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง
ความสะอาด: ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร และใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือต้มสุก
การล้างสาย: ต้อง Flush น้ำตามประมาณ 30-50 มล. (ตามแผนการรักษา) ทั้งก่อนและหลังให้อาหาร/ยา เพื่อไม่ให้สายอุดตัน
หากคุณต้องเป็นผู้ดูแลหลัก การเลือกวิธีที่เหมาะสมมักขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คาดว่าผู้ป่วยต้องได้รับอาหารทางสาย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายผู้ป่วย