ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและล้างแอร์ตามรอบเวลาที่เราเปิดแอร์ใช้งานในห้องนอนหรือห้องทำงาน สิ่งที่เราคาดหวังมากที่สุดก็คือ "ความเย็นฉ่ำชื่นใจ" และอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่น แต่เคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมช่วงหลังๆ มานี้แอร์ที่บ้านเริ่มไม่ค่อยเย็นเหมือนเก่า? เปิดอุณหภูมิ 25 องศาแล้วรู้สึกร้อนอบอ้าว แถมยังมีกลิ่นอับชื้นไม่พึงประสงค์โชยออกมาทุกครั้งที่เปิดเครื่อง?
ถ้าบ้านใครกำลังเจออาการเหล่านี้อยู่ ขอบอกเลยว่าคุณกำลังละเลยพระเอกตัวจริงที่ช่วยดูแลสุขภาพและเงินในกระเป๋าของคุณ นั่นก็คือ "การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและล้างแอร์ตามรอบ" นั่นเองครับ! หลายคนคิดว่าแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดไว้บนผนังแล้วจบ ไม่ต้องดูแลอะไรมากนอกจากกดรีโมท แต่นั่นคือความคิดที่ผิดถนัด วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกความสำคัญของการล้างแอร์ พร้อมทริ้าง่ายๆ ที่จะทำให้แอร์บ้านของคุณกลับมาเย็นฉ่ำและประหยัดไฟเหมือนเพิ่งซื้อใหม่เลยครับ!
ทำไมแอร์ถึงสกปรกเร็วจดน่าตกใจ?
ก่อนจะไปดูวิธีดูแลรักษา เรามาทำความเข้าใจก่อนว่า ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในบ้านของเรามันมาจากไหน และทำไมมันถึงไปกองรวมกันอยู่ในแอร์ได้รวดเร็วนัก
ทุกครั้งที่เราเปิดแอร์ ตัวเครื่องจะมีหน้าที่ดูดอากาศภายในห้องเข้ามาผ่าน แผ่นกรองอากาศ (Air Filter) เพื่อกรองฝุ่นละออง ขนสัตว์ เส้นผม และสิ่งสกปรกต่างๆ ก่อนจะปล่อยลมเย็นออกมาหมุนเวียนในห้อง ลองนึกภาพดูสิครับว่าตลอด 24 ชั่วโมง หรือทุกวันที่เราเปิดแอร์ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (รวมถึงฝุ่น PM 2.5) เชื้อโรค แบคทีเรีย และสปอร์ของเชื้อรา จะถูกดูดเข้าไปสะสมอยู่บนแผ่นกรองและแผงคอยล์เย็น (Coil) มากแค่ไหน
เมื่อฝุ่นเหล่านี้สะสมหนาเตาขึ้นเรื่อยๆ มันจะกลายเป็น "ฉนวนกันความร้อน" และบล็อกทางเดินของลม ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัวครับ!
อันตรายและผลกระทบ หากปล่อยให้แอร์สกปรกโดยไม่ยอมล้าง
การไม่ยอมถอดแผ่นกรองมาล้าง และไม่เรียกช่างมาล้างแอร์ตามรอบที่เหมาะสม ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องแอร์ไม่เย็นเท่านั้นนะครับ แต่ยังตามมาด้วยปัญหาใหญ่อีกเพียบ:
1. ค่าไฟฟ้าพุ่งกระฉูดแบบไม่รู้ตัว
เมื่อคอยล์เย็นและแผ่นกรองเต็มไปด้วยฝุ่นอุดตัน ลมเย็นจะไหลผ่านออกมาได้น้อยลง ทำให้ห้องไม่เย็นสักที ผลลัพธ์คือ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและนานขึ้นเพื่อพยายามทำอุณหภูมิให้ถึงเป้าหมาย ส่งผลให้บิลค่าไฟฟ้าสิ้นเดือนพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (เปลืองไฟกว่าปกติถึง 10-20%)
2. แหล่งสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นอับชื้น (Sick Building Syndrome)
ความชื้นภายในแอร์บวกกับฝุ่นละอองและคราบไขมันในห้อง คือแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรีย เชื้อรา และไรฝุ่น เมื่อเราเปิดแอร์ เชื้อโรคเหล่านี้จะถูกเป่ากระจายออกมาสู่อากาศภายในห้อง ทำให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่เป็นภูมิแพ้ มักจะมีอาการไอ จาม คัดจมูก หรือเป็นภูมิแพ้กำเริบอย่างไร้สาเหตุ
3. แอร์พังไว อายุการใช้งานสั้นลง
การที่คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักตลอดเวลาเพราะระบายความร้อนไม่ได้ จะทำให้เกิดความร้อนสะสม ส่งผลให้อะไหล่ภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจทำให้แอร์เสียพังก่อนกำหนด จนต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่แพงๆ ครับ
แนวทางการดูแลรักษา: ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและล้างแอร์ให้ถูกวิธี
การดูแลรักษาความสะอาดแอร์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ ดังนี้ครับ:
ระดับที่ 1: การล้างแผ่นกรองอากาศด้วยตัวเอง (ควรทำทุกๆ 2 สัปดาห์ - 1 เดือน)
การถอดแผ่นกรองอากาศ (Filter) มาล้างทำความสะอาด เป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่ใครก็ทำได้โดยไม่ต้องเรียกช่าง:
ปิดเบรกเกอร์หรือถอดปลั๊กแอร์ เพื่อความปลอดภัยทางไฟฟ้า
เปิดหน้ากากแอร์ด้านหน้า แล้วดึงแผ่นกรองพลาสติกโค้งๆ ออกมาเบาๆ
ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างจานอ่อนๆ ใช้ฟองน้ำถูเบาๆ เพื่อคราบฝุ่นหลุดออก (ห้ามใช้แปรงแข็งขัดเพราะแผ่นกรองจะขาดได้)
ผึ่งให้แห้งสนิทในที่ร่ม ห้ามตากแดดแรงๆ เพราะพลาสติกอาจกรอบหรือบิดงอได้ จากนั้นก็นำกลับมาใส่เข้าที่เดิม
ระดับที่ 2: การล้างใหญ่คอยล์เย็นและคอยล์ร้อน (ควรทำทุกๆ 6 เดือน)
การล้างแผ่นกรองอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะฝุ่นละอองละเอียดบางส่วนจะเล็ดลอดเข้าไปเกาะติดแน่นอยู่ที่แผงคอยล์เย็น ท่อน้ำทิ้ง และพัดลมกรงกระรอก (Blower Fan) ด้านใน ซึ่งต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีเครื่องมือแรงดันน้ำสูงและน้ำยาล้างแอร์โดยเฉพาะมาดำเนินการ:
ล้างคอยล์เย็น (Indoor Unit): ทำความสะอาดแผงทำความเย็น ล้างเมือกและตะไคร่ในถาดน้ำทิ้ง เพื่อป้องกันท่อน้ำทิ้งตันและปัญหาน้ำรั่วซึมลงห้อง
ล้างคอยล์ร้อน (Outdoor Unit): ทำความสะอาดแผงระบายความร้อนด้านนอกบ้าน ช่วยให้คอมเพรสเซอร์ระบายความร้อนได้ดีและประหยัดไฟสูงสุด
เลือกแบรนด์แอร์ที่มีฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเอง (Self-Cleaning)
สำหรับบ้านยุคใหม่ที่อาจไม่มีเวลาว่างมาคอยถอดล้างแอร์บ่อยๆ ปัจจุบัน แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ หลายค่ายได้พัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น ระบบทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ (Self-Cleaning / Freeze Cleaning) ซึ่งระบบจะทำการแช่แข็งคอยล์เย็นเพื่อดึงสิ่งสกปรกและฆ่าเชื้อโรค จากนั้นละลายน้ำแข็งไล่ฝุ่นออกไปโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นอับได้อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดที่ช่วยทุ่นแรงและดูแลสุขภาพอากาศในบ้านได้เป็นอย่างดี
สรุปส่งท้าย
การให้ความสำคัญกับ การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศและล้างแอร์ตามรอบ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อหรือเสียเวลาเปล่าครับ แต่เป็นการลงทุนลงแรงเพียงเล็กน้อยที่แลกมาด้วยความคุ้มค่ามหาศาล ทั้งช่วยให้บ้านมีอากาศบริสุทธิ์ไร้เชื้อโรค แอร์เย็นฉ่ำสะใจ ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยเซฟเงินค่าไฟในกระเป๋าได้ทุกเดือนแบบเห็นผลจริง!